CRC Café : ผลประโยชน์ทับซ้อน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลประโยชน์ทับซ้อน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผลประโยชน์ทับซ้อน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

กรณี Jesse Gelsinger ผลประโยชน์ทับซ้อนในการวิจัยในคน


ผลประโยชน์ทับซ้อนในการวิจัยในคน กรณี เจสซี เกลซิงเกอร์ (Jesse Gelsinger)

เมื่อมีอายุได้ 2 ปี เจสซี เกลซิงเกอร์ พบว่าเป็นโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก ที่มีภาวะขาดออร์นิธีน ทรานสคาร์บามิลเลส [Ornithine transcarbamylase (OTC) deficiency] ในระดับปานกลางมาแต่กำเนิด ถึงแม้จะเป็นโรคหายาก (Rare diseases) แต่ทารกส่วนใหญ่ที่มีภาวะนี้จะเป็นแบบรุนแรงและมักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด  เพราะออร์นิธีน ทรานสคาร์บามิลเลสเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกำจัดสารพิษออกจากตับ 

อย่างไรก็ตาม เจสซี เกลซิงเกอร์มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนน้อย และกินยาอีกประมาณ 50 เม็ดต่อวัน จนกระทั่งในปี 1999 เมื่อเจสซี เกลซิงเกอร์ อายุ 18 ปี เขาได้ถูกชักชวนให้เข้าร่วมโครงการวิจัยยีนบำบัด (Gene therapy) ที่สถาบันยีนบำบัดในคน (Institute of Human Gene Therapy: IHGT)  มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย  โดยการฉีด Adenovirus ที่เป็นพาหะ (Vector) นำยีนส์ OTC ปกติเข้าสู่ร่างกาย

ทั้งนี้เพราะได้รับการชี้นำว่า โครงการวิจัยนี้มีความเสี่ยงน้อย ความรู้ที่ได้จะนำไปพัฒนาการรักษาสำหรับทารกที่เกิดมามีภาวะนี้ เขาและพ่อไม่ได้รับข้อมูลการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ในลิงและอาสาสมัครที่เข้าโครงการมาก่อนหน้านี้ และมีเพียงข้อความเล็กๆในเอกสารแนะนำที่มีถึง 11 หน้าว่า ดร.วิลสันผู้อำนวยการ IHGT, IHGT และมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียจะได้รับผลประโยชน์เมื่อการวิจัยสำเร็จ ซึ่งเจสซี เกลซิงเกอร์และพ่อไม่เข้าใจกับคำว่า ผลประโยชน์ คืออะไร หรือมันอาจจะเป็นเงินหลายๆล้านดอลล่าห์

หลังจากเข้าร่วมโครงการและฉีดยีนส์เพื่อการบำบัดได้ 4 วัน เจสซี เกลซิงเกอร์เสียชีวิต  และเรื่องราวของเขาได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชน กลายเป็นคดีจริยธรรมวิจัยที่เกิดจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่โด่งดังในสหรัฐอเมริกา มีบันทึกจดหมายเตือนของ US FDA ฉบับวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2000 และ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2000 สรุปได้ว่า

US FDA ได้ทำการสอบสวนและพบว่า ดร.เจมส์ วิลสันผู้อำนวยการสถาบันยีนบำบัดในคน สถาบันยีนบำบัดในคนและมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียอยู่ในฐานะผู้ให้ทุนและผู้วิจัยที่ต้องรับผิดชอบให้การวิจัยดำเนินการตามมาตรฐาน ได้ละเมิดกฎระเบียบและมีความบกพร่องในหน้าที่ได้แก่

สถาบันยีนบำบัดในคนบกพร่องในการจัดการด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินการวิจัย ได้แก่ 
  • ผู้อำนวยการมีความบกพร่องในหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นทั้งผู้ให้ทุนและผู้วิจัยร่วม 
  • ไม่มีหน่วยประกันคุณภาพที่มีประสิทธิภาพพอที่จะตรวจสอบความบกพร่องของผู้วิจัย 
  • ดำเนินการทดลองอย่างไม่เหมาะสม 
  • ขาดการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในทีมวิจัยในเรื่องหน้าที่และความรับผิดชอบดังจะเห็นได้จากการเกิดการเบี่ยงเบนโครงร่างการวิจัย 
  • ขาดการแก้ไขการเบี่ยงเบนโครงร่างการวิจัยและไม่ส่งรายงานบันทึกการแก้ไขในกรอบเวลาที่กำหนด

ในฐานะผู้ให้ทุน ผู้อำนวยการและสถาบันยีนบำบัดในคน มีความบกพร่องหน้าที่ความรับผิดชอบ ได้แก่ ขาดมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับดำเนินการวิจัยทางคลินิก ไม่ได้ให้ข้อมูลที่จำเป็นในการทำวิจัยที่เหมาะสมกับผู้วิจัย บกพร่องในการกำกับดูแลการทำวิจัยและการเลือกสรรผู้ทำหน้าที่นี้

ในฐานะผู้วิจัย โครงการวิจัยมีความบกพร่องร้ายแรง ได้แก่
·      รับอาสาสมัครที่มีคุณสมบัติไม่ตรงเกณฑ์คัดเข้าและคัดออกเข้าร่วมโครงการ เช่น
รับเจสซี เกลซิงเกอร์เข้ามาแทนคนที่หลุดออกจากโครงการ ทั้งๆที่มีค่าแอมโมเนียสูงซึ่งเป็นเกณฑ์คัดออก
·       ดำเนินการวิจัยไม่สอดคล้องกับโครงร่างการวิจัยฉบับอนุมัติ
·         ไม่ได้รายงานการแก้ไขโครงร่างการวิจัยต่อ FDA ก่อนดำเนินการวิจัย ตัวอย่างเช่น มีการเกณฑ์คัดกรองอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ โดย เปลี่ยนเกณฑ์คัดเข้าจาก Serum ammonia น้อยกว่า 50 ไมโครโมลา (ในฉบับที่ 1) เป็น น้อยกว่า 70 ไมโครโมลา (ในฉบับต่อๆมา)
·        ไม่มีรายงานว่าเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงกับผู้ป่วย 2 รายจากการทำยีนบำบัด
·        ไม่มีรายงานการตายของลิงหลายตัวในการทำยีนบำบัดแบบนี้ใน IND safety report และ 
      เอกสารแนะนำอาสาสมัคร
·        ไม่มีการแก้ไขเอกสารแนะนำอาสาสมัครและใบยินยอมตามที่ US FDA ร้องขอ
·        บกพร่องในการจัดเก็บข้อมูลและตัวอย่างทีใช้ในการวิจัย
·        ไม่มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน

US FDA ให้ยุติการวิจัยทั้งหมด ที่ สถาบันยีนบำบัดในคน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

พ่อของเจสซี เกลซิงเกอร์ ฟ้องร้องผู้วิจัย เพราะผู้วิจัยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับความเสี่ยงแก่เขาและเจสซี เกลซิงเกอร์ การวิจัยทางคลินิกนี้ทำให้เด็กชายวัยรุ่นที่มีสุขภาพดี สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยการควบคุมอาหารและการรับประทานยา และไม่มีความจำเป็นที่ต้องได้รับยีนบำบัดในการควบคุมโรคของเขา 

ดร.เจมส์ วิลสันผู้อำนวยการสถาบัน ซึ่งมีหุ้นอยู่ในบริษัทไบโอเทคโนโลยี่และจะได้รับผลประโยชน์จากผลสำเร็จในการวิจัยนี้โดยจะได้รายได้จากการนำยีนบำบัดไปรักษากับผู้ป่วยรายอื่นๆ หรือขายวิธีการนี้แก่ผู้วิจัยรายอื่น ดังนั้น ดร.เจมส์ วิลสัน เป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้ให้ทุนและเป็นผู้วิจัยร่วม มีผลประโยชน์ทับซ้อนจนเกิดความบกพร่องในการทำวิจัยอาสาสมัครได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ถูกลงโทษห้ามทำการวิจัย 5 ปี มหาวิทยาลัยจ่ายเงินชดใช้แก่ผู้ปกครองของเจสซี เกลซิงเกอร์ห้าหมื่นดอลล่าห์ และเขียนบทความเผยแพร่ข้อผิดพลาดจากการวิจัย เรื่อง “Lessons learned from the gene therapy trial for ornithine transcarbamylase deficiency” ตีพิมพ์ใน Molecular Genetics and Metabolism 96 (2009) หน้าที่ 151–157

บทความใหม่

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test ปัจจุบันนี้ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้านมีใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้ตรวจโรค...

บทความแนะนำ