CRC Café : US FDA
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ US FDA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ US FDA แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ตัวอย่างจดหมายเตือนจาก USFDA

การตรวจตราจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา และจดหมายเตือน
US FDA inspection and US FDA warning letters
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา มีกฎระเบียบในควบคุมการวิจัยทางคลินิก สำหรับผู้วิจัย ผู้ให้ทุนวิจัย และคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน โดยจัดทำโปรแกรมกำกับดูแลการวิจัยทางชีวภาพ (Bioresearch monitoring program - BIMO) เพื่อให้แน่ใจว่า มีการดำเนินการวิจัยทางคลินิกเหมาะสม สิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และความปลอดภัยของอาสาสมัครได้รับการคุ้มครอง และ ข้อมูลที่ยื่นเสนอต่อหน่วยงานต่างๆมีคุณภาพและความสมบูรณ์
การตรวจสอบคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย คือ การตรวจสอบการวิจัยทางชีวภาพ ประเภทหนึ่งของ USFDA
เพื่อตรวจสอบว่า คณะกรรมการฯ ว่า ดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบของ USFDA และ ตามที่เขียนไว้ใน SOPs หรือไม่
การตรวจสอบของ USFDA มี 2 แบบ
1.     Surveillance inspection – การตรวจสอบเป็นระยะๆ ตามกำหนดเวลา เพื่อทบทวนการดำเนินงานและขั้นตอนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ โดยรวม
2.     Directed inspection – การตรวจสอบแบบเฉพาะเจาะจงแบบไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยมุ่งเน้นตรวจสอบเฉพาะการวิจัยทางคลินิกเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คณะกรรมการฯพิจารณาจาก ได้รับการร้องเรียน ความผิดพลาดของผู้วิจัย หรือ ปัญหาเรื่องความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยหรือสถานที่วิจัย
ขั้นตอนการตรวจสอบ
1.     เจ้าหน้าที่ USFDA นัดหมายวันตรวจเยี่ยมกับประธานคณะกรรมการฯ
2.     เจ้าหน้าที่ USFDA ส่งใบแจ้งการตรวจสอบ Notice of Inspection (Form FDA 482และแสดงหนังสือรับรองของหน่วยงานกับผู้ที่รับผิดชอบโครงการวิจัย ก่อนเริ่มดำเนินการตรวจสอบ
3.     เจ้าหน้าที่ USFDA สัมภาษณ์ บุคคลที่เหมาะสมและขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ
4.     ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการฯจะถูกประเมินโดยตรวจสอบภาพรวมการดำเนินการวิจัยของโครงการหนึ่งโครงการหรือมากกว่าที่ดำเนินการวิจัยภายใต้กฎระเบียบของ FDA ที่คณะกรรมการฯพิจารณา
5.     ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ USFDA จะตรวจสอบและทำสำเนา รายชื่อคณะกรรมการ ขั้นตอนและแนวทางการปฏิบัติงาน รายงานการประชุมของคณะกรรมการฯ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการวิจัยส่ง-รับระหว่างผู้วิจัยกับคณะกรรมการฯ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการโครงการวิจัย
6.     หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบ
a.     เจ้าหน้าที่ USFDA สัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายกับสถาบันที่รับผิดชอบและตัวแทนคณะกรรมการฯ
b.     เจ้าหน้าที่ USFDA แจ้งผลการตรวจพบเบื้องต้น
c.     หากพบข้อบกพร่อง จะออกหนังสือ FDA 483 Inspection Observations ให้แก่ตัวแทนคณะกรรมการฯ
d.     ตัวแทนคณะกรรมการฯอาจให้คำตอบ/ให้คำอธิบายผลการตรวจพบโดยวาจาในระหว่างการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้าย และ/หรือเป็นลายลักษณ์อักษรภายหลังการตรวจเยี่ยม
7.     หลังการตรวจเยี่ยม
a.     ประธานฯจะได้รับจดหมายอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
                                          i.    จดหมายแจ้งว่า ไม่พบการเบี่ยงเบนจากกฎระเบียบที่สำคัญ
                                         ii.    จดหมายที่ไม่มีหัวเรื่อง หรือ แจ้งข้อมูล ว่า มีการตรวจพบการเบี่ยงเบนไปจากกฎหมายและกฎระเบียบ ซึ่ง การดำเนินการแก้ไขตามความสมัครใจก็เพียงพอ
                                        iii.    จดหมายเตือน A Warning Letter แจ้งเตือนว่าพบการเบี่ยงเบนไปจากกฎหมายและกฎระเบียบชนิดร้ายแรง
b.     หน่วยงานกำหนดให้คณะกรรมการฯ หรือสถาบันต้นสังกัดตอบจดหมายภายในเวลาที่กำหนด (15 วันทำการหลังจากได้รับจดหมาย)
c.     อธิบายวิธีการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดย คณะกรรมการฯ หรือสถาบันต้นสังกัด หรือ ทั้งคู่
d.     จากข้อคำตอบของจดหมายจากคณะกรรมการฯ หรือสถาบันต้นสังกัด USFDAอาจกำหนดนัดมาตรวจเยี่ยมอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าการดำเนินการแก้ไขมีความเหมาะสม
e.     นอกจากออกจดหมายแล้ว USFDA สามารถดำเนินการจัดการคณะกรรมการฯโดยวิธีอื่นๆ จนกว่าคณะกรรมการฯ หรือสถาบันต้นสังกัด จะดำเนินการแก้ไข เช่น การจัดการกับโครงการวิจัยอื่นๆที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของ USFDA โดย
                                          i.    ไม่อนุมัติโครงการวิจัยใหม่
                                         ii.    ไม่ให้มีการรับอาสาสมัครใหม่ สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่
                                        iii.    ยุติ หรือ ระงับการอนุมัติชั่วคราว สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่
                                        iv.    แจ้งแก่หน่วยงานของรัฐและรัฐบาลกลางและหน่วยงานอื่นๆ

จดหมายเตือน A Warning Letter เป็นจดหมายแจ้งเตือนว่าพบการเบี่ยงเบนไปจากกฎหมายและกฎระเบียบชนิดร้ายแรง และต้องมีการแก้ปัญหา แนะนำแนวทางในการแก้ปัญหา กำหนดเวลาที่ต้องรายงานแผนการแก้ปัญหา และ USFDAจะกลับไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง
ในปี 2016 มี 14590 เรื่อง
ตัวอย่างการตรวจพบ
คณะกรรมการฯ ล้มเหลวใน
-           การเตรียม รักษา และปฏิบัติตาม ข้อกำหนดที่เขียนไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน
-           การเตรียมและรักษา เอกสารการดำเนินการของคณะกรรมการ รวมทั้งรายงานการประชุม
-           การแจ้งผลการพิจารณาว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ โครงการวิจัยที่ยื่นเสนอ หรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงร่างการวิจัยเพื่อรักษาสภาพการอนุมัติ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้วิจัยและสถาบัน
-           การมีข้อมูลที่เพียงพอที่จะตัดสินว่า โครงร่างการวิจัยมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ต่ออายุอีก 1 ปี
-           การรักษาเอกสารโครงร่างการวิจัยที่ผ่านการพิจารณา เอกสารขอความยินยอม รายงานความก้าวหน้า ที่ยื่นเสนอโดยผู้วิจัย และ รายงานการบาดเจ็บของอาสาสมัคร และ เอกสารการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้วิจัยและคณะกรรมการฯ
Warning Letter ของ FDA สามารถอ่านได้ใน เวปไซด์ของ FDA
Barbara Unger: An Analysis Of FDA FY2016 Drug GMP Warning Letters วิเคราะห์ Drug GMP warning letter ของปี 2016 พบว่า  
1.       มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จากปี 2015 มี 42 เรื่อง เพิ่มเป็น 102 เรื่องในปี 2016
2.       บริษัทที่ผลิตยาทำความผิดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน (2 ในปี 2015 เป็น 15 เรื่องในปี 2016และอินเดีย  จำนวน 71%ของWarning letterที่เกิดนอกประเทศสหรัฐเป็นของจีนและอินเดีย
3.       ขาดการจัดการข้อมูลที่ดีและความสมบูรณ์ของข้อมูล

*******************************************************************************
Analysis of US Food and Drug Administration Warning Letters
Salas และเพื่อน ทบทวน FDA warning letter ตั้งแต่ 5 May 1995 – 11 June 2007 พบว่า มี 8692 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาที่ใช้ในคนเช่นการใช้ยาและยาที่ขายตามร้านขายยา ตัดเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยา การวิจัยทางคลินิก สมุนไพร หรือประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับยา ได้แก่อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ออก
มี25ที่เกี่ยวข้องกับยา ในจำนวนนี้ 206ฉบับเป็นเรื่องDrug Promotion (การส่งเสริมการใช้ยา)>> 47% เป็นเท็จหรือผิดไปจากขนาดยาและการใช้ที่ได้รับการอนุมัติ 27%ไม่เปิดเผยเรื่องความเสี่ยง 15%มีการอ้างอิงการใช้ยาที่ผิด 8%ผิดพลาดที่ฉลากยา และ 3%ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพยาผิด

*******************************************************************************
Trends in food and drug administration inspection: A warning for the industry!
Kunal Shah ทบทวน USFDA warning letter ที่ออกโดย Division of Scientific Investigations (DSI), ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งใน FDA's Center for Drug Evaluation and Research (CDER) มีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดใน GCP และตรวจสอบคุณภาพของข้อมูลที่ยื่นเพื่อขอการอนุมัติยา ที่พบว่ามีมากขึ้นจาก 2 เรื่องซึ่งเป็นเรื่องของผู้วิจัยในปี 2002 >>เป็น 20 เรื่องในปี 2009 ซึ่งเป็นเรื่องของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดคือ  ผู้วิจัย 13 เรื่อง  IRB 5 เรื่อง ผู้ให้ทุน เรื่อง CRO 1 เรื่อง
มิใช่เพียงแค่จำนวนเรื่องที่มีมากขึ้นแต่ยังพบว่า ความผิดพลาดนี้เกิดในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง เรื่องที่มากได้แก่
  • บกพร่องในการตรวจสอบว่ามีการขอความยินยอมตามที่กำหนดไว้ใน 21 CFR Part 50
  • บกพร่องในการเก็บรักษาบันทึกของอาสาสมัครแต่ละคนให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
  • บกพร่องในการทำตามที่กำหนดไว้ในโครงร่างการวิจัย
ทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้นได้จาก ผู้วิจัย ผู้ประสานงานวิจัย เจ้าหน้าที่ในทีมวิจัยและผู้กำกับดูแลการวิจัยMonitor
พบว่า ในปี 2006-2209 เรื่องที่พบเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดของ monitor ถึง 40%  ประเด็นการคัดสรรmonitorจึงถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงเป็นที่สนใจของ FDA ที่จะไปตรวจสอบการทำงานของผู้ให้ทุน CRO และความผิดพลาดของmonitor


Trends & Insights in IRB Warning Letters
Clinical Research Industry Whitepaper: August 2010
แนวโน้มและข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับจดหมายเตือนคณะกรรมการวิจัย
จดหมายเตือนจาก FDA ต่อคณะกรรมการวิจัยมีเพิ่มขึ้นอย่างมากในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
ในปี 2005 พบว่า มีจดหมาย 4 ฉบับเท่านั้นที่ส่งให้คณะกรรมการวิจัยเป็นเรื่องการฝ่าฝืนกฎระเบียบ และเพิ่มเป็น 13 ฉบับในปี 2009
FDA พุ่งเป้ามากขึ้นไปที่การทดสอบทางคลินิก การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และให้มั่นใจว่าคณะกรรมการวิจัยปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะปกป้องอาสาสมัครโดยทำให้มั่นใจว่าการดำเนินการวิจัยเป็นไปตามกฎระเบียบ
บางคนคาดการณ์ว่า สาเหตุที่USFDAมีการตรวจสอบและมีจดหมายเตือนมากขึ้นเนื่องจากการดำเนินการของGovernment Accountability Office (GOA) ที่ส่งผลทำให้ปิดคณะกรรมการวิจัยของCoast ในปี 2019 GOA ก่อตั้งบริษัทและกุเรื่องว่าผลิตเจลกาวที่ใช้ในการผ่าตัด ในขณะที่คณะกรรมการวิจัยอื่นๆไม่อนุมัติ แต่Coast IRB of Colorado Springs, Coloradoอนุมัติให้ดำเนินการ จนกระทั่ง 5 เดือนต่อมาหลังจากอนุมัติโครงการสำหรับผู้ป่วยผ่าตัดหน้าท้องCoastพบว่า ไม่มีทั้งผลิตภัณฑ์วิจัยและสถานที่วิจัยอยู่จริง ผลจากเหตุการนี้และการได้รับจดหมายเตือนจาก USFDA ทำให้บริษัทชั้นนำต่างๆยกเลิกการดำเนินการใดๆกับ Coast IRB จน Coast IRBต้องปิดไป
 
ความผิดของIRBที่พบมาก 5 อันดับ คือ
1.     ไม่ได้มีการเขียนมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เหมาะสมกับการปฏิบัติ และดำเนินการจริง
2.     ล้มเหลวในการตรวจสอบว่าคณะกรรมการได้มีการพิจารณาโครงร่างการวิจัยในที่ประชุมที่มีจำนวนคณะกรรมการพอเพียง
3.     บกพร่องในการจัดทำและเก็บรักษารายงานการประชุมในรายละเอียด
4.     บกพร่องในการจัดทำและเก็บรักษาเอกสารที่เกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการ ได้แก่
รายชื่อคณะกรรมการ- ชื่อ ระดับการศึกษา เป็นตัวแทนของ (สายวิทยาศาสตร์-ไม่วิทยาศาสตร์ประสบการณ์/ความชำนาญพิเศษ ที่ทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกและสถาบัน
5.     บกพร่องในการพิจารณาอย่างต่อเนื่องในโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ตามระดับของความเสี่ยง อย่างน้อยปีละครั้ง
 
สิ่งที่ควรปฎิบัติ
1.     อบรมให้ความรู้ อย่างต่อเนื่อง
2.     บันทึกข้อมูลอย่างระมัดระวัง
3.     ปรับปรุงข้อมูลและเอกสารให้ทันสมัย
4.     จัดทำรายงานการประชุมและเก็บรักษาให้ครบ
5.     จัดทำและปรับปรุงรายชื่อคณะกรรมการ
6.     ให้มีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม
7.     ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงใดๆให้บันทึกไว้ด้วย

Change in USFDA enforcement activities following changes in federal administration: the case of regulatory letter released to pharmaceutical companies (#6) Nguyen
US FDA มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสาธารณสุขโดยทำให้เกิดความมั่นใจว่า ยาและผลิตภัณฑ์ทางชีวการแพทย์ที่ใช้ในคน มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีจากการบังคับใช้ Federal Food, Drug and Cosmetic Act (FDCA) และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งจดหมายต่างๆ เช่น จดหมายเตือนและการแจ้งการละเมิดกฎระเบียบ (Warning Letter and notification of violation) ต่อบริษัทยา
การศึกษานี้ เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มจดหมายเกี่ยวกับกฎระเบียบถึงบริษัทยาตั้งแต่ปี 1997-2011 จากUSFDA webpage ถึงจำนวนและชนิดของจดหมายระหว่างการบริหารของ 4 รัฐบาลกลางล่าสุด คือ ชื่อหัวข้อจดหมาย วันที่ บริษัท การละเมิดกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับยา มีจำนวนจดหมายทั้งสิ้น 2467 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับบริษัทยา จากสำนักงานใหญ่ 50.6จากสาขา 49.4ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการตลาดและการโฆษณา

ตัวอย่างจดหมายเตือน (WARNING LETTER) ถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรมวิจัยหน่วยโลหิต (OBI)
จดหมายฉบับนี้อธิบายผลการเยี่ยมตรวจตราขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาต่อคณะกรรมการจริยธรรมวิจัยหน่วยโลหิต (OBI) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ผู้เยี่ยมตรวจตราจาก USFDA ได้เยี่ยมตรวจตราเพื่อตรวจสอบกระบวนการคุ้มครองอาสาสมัครว่า เป็นไปตามที่ USFDA กำหนดใน Title 21, Code of Federal Regulations (CFR), Parts 50 Informed consent and 56 Institute Review Board การตรวจเยี่ยมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการกำกับดูแลการวิจัยทางชีววิทยาของUSFDA (FDA’s Bioresearch Monitoring Program) ซึ่งเป็นการตรวจการดำเนินงานของคณะกรรมการฯที่พิจารณาการวิจัยทางคลินิกทีใช้ผลิตภัณฑ์วิจัยและเพื่อคุ้มครองอาสาสมัครวิจัย  
ผู้เยี่ยมตรวจตราจากUSFDAแจ้งประเด็นปัญหาที่พบและอภิปรายตามบันทึกจากฟอร์มFDA 483, Inspectional Observations กับท่านและสมาชิกท่านอื่นๆของ OBI เมื่อสิ้นสุดการตรวจ เราตรวจสอบรายงานการเยี่ยมตรวตราจากฟอร์มFDA 483, และจดหมายชี้แจงรายงานจากฟอร์มFDA 483 ฉบับวันที่ 15 มีนาคม 2006
เรามีความเห็นว่า คณะกรรมการฯมีการฝ่าฝืนที่ร้ายแรงต่อกฎข้อบังคับของรัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและความรับผิดชองของคณะกรรมการฯภายใต้ 21 CFR Part 56 (มีอยู่ที่http://www.gpoac cess.gov/cfr/index.html) บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับกฎข้อบังคับของรัฐบาลกลาง CFRถูกอ้างอิงในการฝ่าฝืนแต่ละครั้ง เรากล่าวถึงในจดหมายฉบับนี้ภายใต้ 21 CFR 56.120 (a) ในฐานะที่ท่านเป็นประธานกรรมการคนปัจจุบัน ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบที่ต้องมั่นใจว่าคณะกรรมการฯได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของUSFDAอย่างเต็มความสามารถ ภายใต้ 21 CFR 56.120(a)เราได้ส่งสำเนาจดหมายฉบับนี้ถึงหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดของ OBI เพราะภายใต้ 21 CFR 56.120(c) หน่วยงานต้นสังกัดมีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ
1. คณะกรรมการฯบกพร่องในการพิจารณาการวิจัยที่เสนอในที่ประชุมคณะกรรมการฯที่สมาชิกส่วนใหญ่ต้องเข้าร่วมประชุม [21 CFR § 56.108(c)].
ในการพิจารณาครั้งแรกและอนุมัติโครงการวิจัย ไม่พบว่ามีการพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการฯ  
คณะกรรมการฯอนุมัติโครงการวิจัยโดยการลงคะแนนเสียงเป็นลายลักษณ์อักษรหลังจากที่ผู้รับช่วงวิจัยแจกโครงร่างการวิจัย เอกสารแนะนำอาสาสมัคร ใบยินยอม และใบลงคะแนน (a ballot="ใบอนุมัติ Approval Form"] ให้แก่สมาชิกคณะกรรมการฯ   ในจดหมายชี้แจงเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2006 ท่านยืนยันว่าสมาชิกคณะกรรมการฯคืนใบอนุมัติของแต่ละท่านสำหรับการพิจารณาครั้งแรกของโครงร่างการวิจัย เอกสารแนะนำอาสาสมัคร ใบยินยอม
ในแบบเดียวกันการพิจารณาและการอนุมัติที่ภาคผนวกของโครงร่างการวิจัยและใบยินยอมที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีการอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมการฯ รายงานการประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ on 5/18/04 และบันทึกช่วยจำ-ติดตามเมื่อ 5/26/04 ระบุว่าเอกสารอื่นๆของโครงการไม่ได้แจกและอภิปรายในระหว่างการประชุมคณะกรรมการฯ มีคณะกรรมการฯ 3 ท่านลงนามและส่งใบลงคะแนนอนุมัติภาคผนวกของโครงร่างการวิจัยแทน
ในจดหมายชี้แจงเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ท่านชี้แจงว่า ประธานอนุมัติภาคผนวกของโครงการเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2004 โดยวิธีการแบบเร่งด่วน  เราขอเตือนคุณว่า USFDA กำหนดให้มีการพิจารณาแบบเร่งด่วนได้ในการวิจัยประเภท no more than minimal risk (ดู 63 Fed. Reg. 60353 (Nov. 9, 1998)) และ การแก้ไขเพียงเล็กน้อยภายหลังการอนุมัติในระหว่างที่ยังอยู่ในระยะอนุมัติให้ดำเนินการวิจัยอยู่ กระบวนการพิจารณาแบบเร่งด่วนต้องเป็นไปตามข้อกำหนดใน 21 CFR § 56.110
ท่านยังชี้แจงว่า คณะกรรมการฯมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกคณะกรรมการฯ และเพิ่มการประชุมคณะกรรมการฯต่อปีตามความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการประชุมก่อนทำโครงการวิจัยใหม่ กรุณาส่งสำเนาการปรับแก้กระบวนการปฏิบัติงาน(SOPs) ของคณะกรรมการฯ เพื่อเป็นการแก้ไขการฝ่าฝืนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น 
2. คณะกรรมการฯบกพร่องในการแจ้งการอนุมัติโครงการวิจัยอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้วิจัย [ 21 CFR § 56.109(e)].
คณะกรรมการฯไม่ได้แจ้งการอนุมัติโครงการวิจัย เอกสารแนะนำอาสาสมัคร  ใบยินยอมตามข้อที่1 ด้านบน อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้วิจัย เรายังพบว่าคณะกรรมการฯบกพร่องในการแจ้งผู้วิจัยเรื่องการอนุมัติการแก้ไขเอกสารขอความยินยอมอีกหลายครั้ง
ในจดหมายชี้แจงของท่าน ยังเสนอการแก้ไข รวมทั้งเพิ่มเติมรายละเอียดการติดต่อสื่อสาร และการสรรหาผู้สนับสนุนเพิ่มเติม กรุณาส่งสำเนากระบวนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯที่มีการปรับแก้เพื่อเป็นคำตอบการฝ่าฝืนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น 
3. คณะกรรมการฯบกพร่องในการจัดทำและเก็บรักษาบันทึกการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ [ 21 CFR § 56.115(a)(1), (a)(2), (a)(3), and (a)(4)].
A. ไม่มีการเก็บรักษารายงานการประชุมของคณะกรรมการฯ อย่างเหมาะสม เพียงพอที่จะแสดงถึงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ และการออกเสียง ตัวอย่างเช่น รายงานการประชุมวันที่ 10/15/02, 11/10/03, 5/18/04, 10/18/04, 3/14/05, และ 5/23/05 ขาดข้อมูล การออกเสียง – จำนวนคณะกรรมการฯที่ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และไม่ออกเสียง
B. รายงานการประชุมไม่ระบุฉบับที่ของโครงร่างการวิจัย และใบยินยอมที่คณะกรรมการฯอภิปรายในการประชุม ตัวอย่างเช่น รายงานการประชุมวันที่ 11/10/03, 5/18/04 และ 01/18/04 ไม่พบเลขที่โครงการวิจัยและในระหว่างการเยี่ยมตรวจตราคณะกรรมการฯพิจารณา 3 โครงการ ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าโครงการไหนอภิปรายเรื่องอะไรบ้าง คณะกรรมการฯไม่สามารถสืบค้น ติดตามสิ่งที่คณะกรรมการฯกำหนดและประเมินความปลอดภัยของอาสาสมัครของแต่ละโครงการได้  
C. คณะกรรมการฯบกพร่องในการเก็บรักษาบันทึกการปฏิบัติงานของโครงการวิจัยแต่ละโครงการ เช่นการพิจารณาเอกสารใบยินยอมที่ยื่นเสนอโดยผู้วิจัย ตัวอย่างเช่น แฟ้มเอกสารของคณะกรรมการฯ ไม่มีใบยินยอมหลายฉบับของโครงการ และที่ได้มาจากผู้วิจัย และที่มีตราประทับอนุมัติจากคณะกรรมการฯ คณะกรรมการฯเอาเอกสารใบยินยอมบางส่วนมาจากระบบควบคุมเอกสารของOBIและบางส่วนจากแฟ้มของผู้วิจัย
D. คณะกรรมการฯบกพร่องในการเก็บรักษาบันทึกการติดต่อสื่อสารระหว่างคณะกรรมการฯกับผู้วิจัย               คณะกรรมการฯ บกพร่องในการเก็บรักษาผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ไม่คาดคิดของอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโครงการวิจัยที่ยื่นเสนอจากผู้ให้ทุนผ่านทางผู้วิจัย  คณะกรรมการฯไม่เก็บรักษารายงานจากผู้วิจัยและให้สำเนาผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ไม่คาดคิดของอุปกรณ์ทางการแพทย์กับผู้เยี่ยมตรวจตรา USFDA จากแฟ้มเอกสารสำคัญของผู้วิจัย (Clinical Investigator’s Files)
จดหมายชี้แจงว่าคณะกรรมการฯจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มในการเก็บรักษาเอกสารทั้งหมดของคณะกรรมการฯ และจะจัดทำระบบควบคุมเอกสาร สำหรับใช้กับเอกสารวิจัยและเอกสารการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ในการชี้แจงกับจดหมายฉบับนี้กรุณาอธิบายว่าคณะกรรมการฯจะควบคุมรักษาเอกสารของคณะกรรมการอย่างไร ตามข้อกำหนดใน 21 CRF 56.115(a) โดยใช้ระบบควบคุมเอกสารกลาง (Centralized document control system)
4. คณะกรรมการฯบกพร่องในการเก็บรักษา และติดตามขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในการพิจารณาการวิจัยครั้งแรกและสืบเนื่อง [21 CFR § 56.108(a) and 21 CFR § 56.115(a)].
A. นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานฉบับวันที่ 10/29/03 กำหนดให้มีการส่งรายงานความก้าวหน้าของการวิจัยอย่างน้อยปีละครั้งและสรุปการดำเนินงาน นโยบายของคณะกรรมการฯกำหนดให้คณะกรรมการฯเก็บรักษาบันทึกการติดต่อสื่อสารระหว่างคณะกรรมการฯกับผู้วิจัยทั้งหมด ในแฟ้มเอกสารของคณะกรรมการฯ พบว่าไม่มีเอกสารบันทึกรายงานความก้าวหน้า รวมทั้งไม่มีเอกสารการติดตามรายงานความก้าวหน้าของคณะกรรมการฯกับผู้วิจัยเลย
B. คณะกรรมการฯบกพร่องในการพิจารณาและอนุมัติใบยินยอมจากสถานที่วิจัยในโครงการ ต่อไปนี้
Collection site
Consent form date
[redacted]
8/14/03
[redacted]
8/20/03
[redacted]
3/27/03
[redacted]
3/27/03
[redacted]
3/27/03
[redacted]
3/27/03
[redacted]
3/27/03






เราแนะนำให้ท่านแก้ไขกระบวนการปฏิบัติงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร (SOPs) โดยให้มีการ
(1) กำหนดช่วงเวลาอนุมัติการวิจัยในจดหมายอนุมัติที่ให้แก่ผู้วิจัย ตามที่สัญญาไว้ในจดหมายชี้แจง
(2) กำหนดหมายเลขโครงการวิจัยเพื่อสะดวกในการสืบค้นและการเก็บเอกสาร
ในระหว่างการเยี่ยมตรวจตรา คณะกรรมการฯเก็บเอกสารโครงการวิจัยตามวันที่ประชุม เราแนะนำให้คณะกรรมการฯจัดทำและเก็บแฟ้มโครงการวิจัยแยกกันแต่ละโครงการ เพื่อสะดวกในการเก็บและสืบค้น
เราขอแนะนำให้พิจารณาถึงผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจมี และจะเปิดเผยอย่างไร เมื่อจะเพิ่มจำนวนสมาชิกคณะกรรมการฯ และแก้ไขขั้นตอนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ  เราพบว่าทั้ง Dr. G - the President, Chief Executive Officer, and Medical Director of OBI เป็นผู้วิจัยของทุกโครงการของ OBI รายงานการประชุมของคณะกรรมการฯบันทึกว่า Drs. G เข้าประชุมคณะกรรมการฯทุกครั้ง และอยู่ร่วมในการอภิปราย และออกเสียง รับผิดชอบในการกำหนดวาระการประชุม ส่งและรับเอกสารกับสมาชิกกรรมการ เก็บแฟ้มเอกสารของคณะกรรมการฯ ตาม 21 CFR § 56.107(e) ไม่ให้กรรมการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนร่วมพิจารณาการวิจัยครั้งแรกและสืบเนื่อง ยกเว้นแต่ให้ข้อมูลตามที่คณะกรรมการฯร้องขอ
จดหมายฉบับนี้ไม่มีความตั้งใจที่จะรายงานความบกพร่องในการดำเนินงานของคณะกรรมการฯทั้งหมด กรุณาชี้แจงกลับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสำนักงานนี้ภายใน 15 วันทำการที่คุณได้รับจดหมายฉบับนี้  ถึงการแก้ไขที่คุณทำและแผนการที่จะทำให้คณะกรรมการฯปฏิบัติตามข้อกำหนดของ USFDA กรุณาให้ข้อมูลที่ร้องขอและให้สำเนาเอกสารที่แก้ไข รวมถึง สำเนาเอกสารที่แก้ไขแล้ว ได้แก่ กระบวนการการปฏิบัติงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร (SOPs) และรายนามคณะกรรมการฯที่แก้ไขพร้อมคำชี้แจง รวมทั้งแผนการดำเนินการและระบุวันที่คาดว่าจะเสร็จสิ้น
การชี้แจงอย่างไม่เหมาะสมต่อจดหมายเตือนฉบับนี้อาจส่งผลต่อการดำเนินการของคณะกรรมการฯต่อไป ตาม อำนาจในข้อ 21 CFR 56.120 และ 56.121 USFDAสามารถระงับการอนุมัติโครงการวิจัยใหม่ที่พิจารณาโดยคณะกรรมการฯ ตามข้อกำหนดของUSFDA ใน Parts 50 and 56 ห้ามไม่ให้มีการรับโครงการวิจัยใหม่จนถึงโครงการสืบเนื่องตาม 21 CFR Parts 50 and 56 ยุติทุกโครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่ที่อนุมัติโดยคณะกรรมการฯนี้ และดำเนินการด้านกฏระเบียบเพื่อยุติการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ.

กรุณาส่งคำชี้แจงมาที่:
Ms. XXXXXX

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

Centralized IRB Review Multicenter CT


คำแนะนำสำหรับบริษัทยาในการใช้กระบวนการพิจารณาโดยIRBกลางสำหรับการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์วิจัย
Guidance for Industry Using a Centralized IRB Review Process in Multicenter Clinical Trials
U.S. Department of Health and Human Services Food and Drug Administration
Good Clinical Practice Program, Office of the Commissioner (OC)
Center for Drug Evaluation and Research (CDER)
Center for Biologics Evaluation and Research (CBER)
Office of Regulatory Affairs (ORA)
March 2006
1. คำนำ
คำแนะนำนี้ตั้งใจจะช่วยผู้ให้ทุน สถาบัน IRBsและผู้วิจัยที่เกี่ยวข้องในการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์วิจัย (Multicenter Clinical Trials: MCTs) ในการประชุมข้อกำหนดของ 21 CFR part 56 ยอมให้มีการใช้กระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRB กลาง (ใช้ IRBกลาง IRBเดียว) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่การพิจารณาจากศูนย์กลางที่เดียวจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการพิจารณามากยิ่งขึ้น

คำแนะนำนี้
(1) อธิบายบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRB กลาง
(2) นำเสนอแนวทางของกระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRB กลางว่าจะพิจารณาความวิตกกังวลและทัศนคติของชุมชนที่เกี่ยวข้องในการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์วิจัยที่มีความหลากหลายอย่างไร
(3) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบันทึกข้อตกลงระหว่าง IRB กลางและ IRB อื่นๆของสถาบันที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRB กลาง เรื่องความรับผิดชอบของ IRB กลางและIRBอื่นของสถาบัน
(4) แนะนำให้ IRBs มีกระบวนการ ในการพิจารณาโดยใช้ IRB กลาง และ
(5) ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบันทึกการพิจารณาโครงการวิจัยทางคลินิกในสถานที่วิจัยอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดสถาบันของ IRB

แนวทางนี้ใช้กับ การวิจัยทางคลินิกที่ทำภายใต้ 21 CFR part 312 (การวิจัยยาใหม่หรือ IND regulations)

II. ความเป็นมา
การวิจัยทางคลินิกที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ IND regulations ต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติโดยIRB
ตามข้อกำหนดของ 21 CFR part 56 เรื่อง IRB ข้อกำหนดของIRBเกิดขึ้นเมื่อมีการวิจัยในสถานที่วิจัยเดียว หรือสถานที่วิจัยไม่กี่แห่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเติบโตของการวิจัยทางคลินิกเป็นจำนวนมาก จำนวนการวิจัย MCT และขนาด และความซับซ้อนของการวิจัยทางคลินิกในช่วงท้าย การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เพิ่มภาระงานแก่ IRBs และผู้ให้ทุน และผู้วิจัย ผู้ซึ่งต้องหาIRBมาพิจารณาการวิจัย MCT ตัวอย่างเช่น บางครั้งIRBที่แต่ละศูนย์ของMCTsทำการพิจารณาโครงร่างการวิจัยและการขอความยินยอมจนเสร็จ การพิจารณาหลายๆครั้งโดยหลายๆIRBทำให้เกิดความซ้ำซ้อน ล่าช้า และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการทำMCT  การช่วยเหลือกันในการพิจารณาโดยการใช้IRBกลาง ในภาวะที่เหมาะสม สามารถช่วยลดภาระงานของ IRB และความล่าช้าในการทำMCT
การใช้ IRB กลางพิจารณาสอดคล้องกับข้อกำหนดของIRBที่มีอยู่ ส่วนที่ 56 .114 (21 CFR 56 .114, การวิจัยแบบร่วมมือ Cooperative Research) กล่าวว่า สถาบันที่เกี่ยวข้องในการวิจัยพหุสถาบันอาจจะใช้การพิจารณาร่วมกัน (joint review) การช่วยเหลือกันในการพิจารณาโดยIRBที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอื่นๆ หรือ การจัดการที่มีวัตถุประสงค์เหมือนๆกันที่จะหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน เมื่อมีการเสนอกฎนี้ ระบุวัตถุประสงค์ส่วนนี้เพื่อลดการพิจารณาที่ซ้ำซ้อนในการวิจัยพหุสถาบัน
final ruleก็กล่าวด้วยว่า ส่วนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองIRBsว่า FDAจะยอมรับวิธีการพิจารณาร่วมกันอย่างมีเหตุผล
IRB ที่อยู่คนละที่กับสถานที่วิจัยสามารถพิจารณาการวิจัย เมื่อ IRBเข้าใจบริบทของท้องถิ่นที่ทำวิจัย ดังกล่าวใน 21 CFR 56.107(a) คือต้องมีความไวต่อทัศนคติของชุมชน และความสามารถของยืนยันการยอมรับการวิจัยโดยยึดมั่นในสถาบันและกฎระเบียบ กฎหมายที่บังคับใช้ และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ และการปฏิบัติ (ดูส่วนที่ IV)

กระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRBกลางเกี่ยวข้องกับข้อตกลงภายใต้โครงการวิจัยหลายสถานที่วิจัย (multiple study sites) ใน MCT อาศัยการพิจารณาทั้งหมดหรือบางส่วนของ IRB มากกว่าว่า IRBสังกัดกับสถานที่วิจัยนั้นๆ
เพราะจุดมุ่งหมายของการพิจารณาแบบศูนย์กลางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการทำงานซ้ำซ้อน ไม่ทำให้สั่นคลอนเป้าหมายในการคุ้มครองอาสาสมัครวิจัย  เป็นที่นิยมให้ IRBกลางเป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาทุกด้านของแต่ละสถานที่วิจัยที่ร่วมในกระบวนการพิจารณาแบบศูนย์กลาง แนวทางอื่นๆอาจจะมีความเหมาะสมเช่นกัน ตัวอย่างเช่น สถาบันอาจจะอนุญาตให้ IRB กลาง รับผิดชอบในการพิจารณาโครงการวิจัยเบื้องต้นและต่อเนื่อง หรือ แบ่งความรับผิดชอบในการพิจารณาระหว่าง IRB กลาง และ IRBของสถาบันเอง


III. บทบาทในการรับรองการพิจารณาของ IRB
ส่วนต่อไปนี้จะอธิบายถึงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องหลักที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาโดยใช้ IRBกลาง
A. สถาบัน
ภายใต้ 21 CFR 56 .114 สถาบันที่ร่วมในการวิจัยหลายศูนย์สามารถใช้วิธีการพิจารณาร่วมกัน (joint review)
เชื่อในการพิจารณาของIRBที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอื่น หรือคิดวิธีการอื่นเพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน ตัวอย่างเช่น ให้การตัดสินเบื้องต้นในMCTขึ้นอยู่กับIRBกลาง ขณะที่มีข้อตกลงให้IRBของแต่ละสถานที่วิจัยทั้งหมดพิจารณาเอกสารขอความยินยอมในข้อควรพิจารณาของท้องถิ่น สถาบันควรจัดทำนโยบายเพื่อกำหนดว่าเมื่อไหร่และโครงการวิจัยประเภทใดที่ทำในสถาบันที่เหมาะกับการพิจารณาแบบศูนย์กลางและการพิจารณาแบบศูนย์กลางจะทำอย่างไรกับโครงการวิจัยแบบนี้
B. IRBของสถาบัน
IRBของสถาบัน คือ IRBที่ได้รับมอบหมาย หรือ จัดตั้งโดยสถาบันเพื่อพิจารณาโครงการวิจัยที่ทำในสถาบัน หรือสถาบันสนับสนุน สำหรับMCT IRBของสถาบันสามารถเป็น IRBกลาง IRBของสถาบันสามารถเชื่อถือในการพิจารณาของIRBกลาง (ได้ทั้งหมด หรือบางส่วน) แทนการพิจารณาของตนเอง หรือสามารถพิจารณาโครงการวิจัยเองก็ได้ นโยบายของสถาบันกำหนดสถานการณ์ที่ IRBของสถาบันสามารถใช้กระบวนการพิจารณากลาง และบทบาทของ IRBของสถาบันในกระบวนการนี้
C. ผู้ให้ทุน
สำหรับโครงการวิจัยที่ทำภายใต้การวิจัยยาใหม่ IND, 21 CFR part 312 กล่าวว่าผู้ให้ทุนมีหน้าที่ตกลงกับผู้วิจัยแต่ละคนว่าจะทำตามข้อกำหนดในpart 56 ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและอนุมัติของ IRBที่เกี่ยวกับการทำวิจัยโดยผู้วิจัย
(21 CFR 312 .53(c)( l )(vi)(d))  ผู้ให้ทุนสามารถวางแผนใช้กระบวนการพิจารณากลาง และทำข้อตกลง และสื่อสารกับผู้มีส่วนร่วมตามความจำเป็น
D. ผู้วิจัย
ภายใต้ 21 CFR part 312 ผู้วิจัยมีหน้าที่รับผิดชอบให้แน่ใจว่าการวิจัยได้รับการพิจารณาเบื้องต้นและต่อเนื่องโดยIRBที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม (21 CFR 312.53(c)(1)(vi)(d) ; 312.66) หากผู้วิจัยทำการวิจัยทางคลินิกที่เป็นส่วนหนึ่งของMCTที่สถาบันที่มีIRBเอง ขึ้นอยู่กับนโยบายของสถาบันที่จะกำหนดว่าผู้วิจัยจะให้IRBพิจารณาอย่างไร จากการพิจารณากลาง หรือจากการพิจารณาของIRBของสถาบัน หรือ การแต่งตั้งIRBที่จะรับผิดชอบการพิจารณาระหว่างIRBกลางและIRBของสถาบัน
E. IRBกลาง
สำหรับ MCT, IRBกลางเป็นIRBที่ทำการพิจารณาแทนสถานที่วิจัยทั้งหมดที่ตกลงร่วมกระบวนการพิจารณากลาง
สำหรับสถานที่วิจัยของสถาบันที่มีIRB ซึ่งโดยปกติก็จะพิจารณาโครงการวิจัยที่ทำที่สถานที่วิจัยนั้น IRBกลางควรทำตามที่ตกลงกับแต่ละสถาบันที่เข้าร่วมในการพิจารณากลางและIRBของสถาบันเรื่องจะจัดสรรความรับผิดชอบในการพิจารณาระหว่างIRBท้องถิ่นและ IRBกลางอย่างไร (21 CFR 56 .114)

IV. ประเด็นที่IRBพิจารณา
การดำเนินการพิจารณาโดยIRB กลาง มีประเด็นที่ต้องพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับชุมชนที่ทำวิจัยหลายประเด็น            
ข้อกำหนดสมาชิกภาพของIRBใน 21 CFR 56.107(a) กล่าวว่าสมาชิกภาพของ IRB ต้องมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความหลากหลาย เพียงพอ ที่จะส่งเสริมความน่าเชื่อถือในการแนะนำและให้คำปรึกษาในด้านการคุ้มครองสิทธิ และความเป็นอยู่ที่ดีของอาสาสมัคร ข้อกำหนดนี้เพื่อทำตามคำแนะนำของ the National Commission for the Protection of Human Subjects of Biomedical and Behavioral Research ว่าสมาชิก IRB ควรมีทั้งเพศชายและหญิง เพื่อให้มีความหลากหลายของภูมิหลัง และวุฒิภาวะ ประสบการณ์ เพียงพอ และศักยภาพที่จะรับรองว่าคณะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และการตัดสินจะได้รับความเคารพจากผู้วิจัยและชุมชน ภายใต้สถาบัน หรือ ในพื้นที่ นอกจากนี้สมาชิกIRBต้อง  สามารถทำให้การวิจัยที่ยื่นเสนอได้รับการยอมรับจาก สถาบัน และกฎระเบียบ กฎหมายที่บังคับใช้ และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพและการปฏิบัติ (21 CFR 56 .107(a)) ดังนั้นการพิจารณาของ IRB จากสมาชิก เพื่อที่จะทำให้การพิจารณาในหลากหลายกรณีของท้องถิ่นในการประเมินกิจกรรมวิจัย รวมทั้งภูมิหลังทางวัฒนธรรม (เช่น  เชื้อชาติ ระดับการศึกษา ศาสนา) ของประชากรที่จะมาเป็นอาสาสมัครวิจัย ทัศนคติของชุมชน) เกี่ยวกับธรรมชาติของการวิจัยที่ยื่นเสนอ และสถาบันที่ทำ หรือสนับสนุนการวิจัย ความแตกต่างระหว่างชุมชน มีอิทธิพลกับหลายๆสิ่ง การประเมินว่ากลไกลการคัดเลือกอาสาสมัครจะมีความยุติธรรมหรือไม่ มีข้อกำหนดในการลดความเสี่ยงต่ออาสาสมัครที่เปราะบางหรือไม่ และมีกระบวนการขอความยินยอมที่เหมาะสมหรือไม่
คำขึ้นต้นของ the final ruleระบุว่าที่ไหนที่ใช้กระบวนการพิจารณาโดยใช้ IRBกลาง (21 CFR 56 .114)
การพิจารณาควรพิจารณาตามมาตรฐานจริยธรรมของชุมชนในท้องถิ่น
ดังนั้น การใช้กระบวนการพิจารณาโดย IRB กลางควรมีกลไกลเพื่อให้แน่ใจว่า มีการพิจารณาปัจจัยท้องถิ่น กลไกลที่น่าจะเป็น ได้แก่
  • ข้อกำหนดของข้อมูลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับ IRB กลาง อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรโดยบุคคลหรือองค์กร ที่คุ้นเคยกับชุมชนท้องถิ่น สถาบัน และ/หรือการวิจัยทางคลินิก
  • การมีส่วนร่วมของที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ หรือสมาชิกIRB จากIRBของสถาบัน ในการพิจารณาของ IRB กลาง
  • ข้อจำกัดในการพิจารณาของ IRB กลาง เมื่อมีการพิจารณาโครงการวิจัยโดยIRBของสถาบันจะมีข้อจำกัดในการพิจารณาที่มุ่งไปที่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนท้องถิ่นของตนเองเท่านั้น
กลไกลอื่นๆอาจจะเหมาะสมด้วยเหมือนกัน รายงานการประชุม IRB หรือบันทึกอื่นๆ ควรบันทึกถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนว่าพิจารณาอย่างไร (21 CFR 56 .115(a)) (see section V)


V. เอกสารของIRB – การบันทึกข้อตกลงและกระบวนการ
IRBs และสถาบันต้องจัดเตรียมและเก็บรักษาเอกสารกิจกรรมของ IRB (21 CFR 56.115(a)) IRBs ต้องปฏิบัติตาม SOP กระบวนการพิจารณาการวิจัยทางคลินิกเบื้องต้นและต่อเนื่อง และรายงานการตรวจพบและการปฏิบัติต่อผู้วิจัยและสถาบัน (21 CFR section 56.108(a), 56.115(a)(6)) คำแนะนำต่อไปนี้ อาจช่วยให้ IRBs บรรลุข้อกำหนด
Aการจัดทำข้อตกลง
หากสถาบันของIRB และ IRBกลาง ตกลง (ภายใต้ 21 CFR 56.114)ที่ จะร่วมมือกันในการทำการพิจารณาโดยใช้IRBกลาง เขาควรทำบันทึกลงนามข้อตกลงของกลุ่มที่เกี่ยวข้องนี้ทั้งหมด IRBsควรรายงานการปฏิบัตินี้ต่อผู้วิจัยและสถาบัน ตัวอย่างเช่น โดยการให้สำเนาการตกลงแก่ผู้วิจัยและสถาบัน หากการตกลงจัดสรรความรับผิดชอบในการพิจารณาระหว่าง IRBกลางและ IRBของสถาบัน ข้อตกลงควรจะแยกแยะความรับผิดชอบเฉพาะของIRBกลางและ IRBของสถาบันสำหรับการพิจารณาเบื้องต้นและต่อเนื่อง
B. มาตรฐานการปฏิบัติงาน SOP
เมื่อสถาบันและIRBของสถาบัน เชื่อถือในการพิจารณาของ IRBกลาง IRBทั้งสองต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน SOP เพื่อทำกระบวนการพิจารณากลาง (21 CFR 56 .108, 56 .1 14) ตัวอย่างเช่น กระบวนการต้องมีการอธิบายเรื่องต่อไปนี้
"IRB ของสถาบันจะตัดสินอย่างไรว่า IRBกลางมีคุณสมบัติเหมาะสมในการพิจารณาการวิจัยที่ทำในสถาบัน
"IRB กลางจะมีการติดต่อสื่อสารกับสถาบันที่เกี่ยวข้อง IRBของสถาบัน และผู้วิจัยเกี่ยวกับการพิจารณาของIRBกลางอย่างไร
"IRBกลางจะมั่นใจอย่างไรว่า การพิจารณาด้านปัจจัยของชุมชนที่จะถูกคัดเลือกสมเหตุสมผล (see Section IV)
"IRBกลางประเมินความสามารถในการร่วมวิจัยของสถานที่วิจัยที่อยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ห่างไกลอย่างไร
(เช่น สถานที่วิจัยมีการบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับการวิจัยที่มีความซับซ้อนหรือไม่)
สถาบัน IRBของสถาบัน และ IRB กลาง ตกลงจัดสรรความรับผิดชอบการพิจารณาระหว่างสอง IRBs  แต่ละ IRB ต้องมีSOPที่อธิบายการดำเนินการที่รับผิดชอบภายใต้ข้อตกลงอย่างไร (21 CFR 56.108, 56.115(a)(6))

VI. การใช้ IRB กลาง กับสถานที่วิจัยนอกสังกัด
สถานที่วิจัยที่ไม่อยู่ในสังกัดของ IRB ผู้วิจัย และผู้ให้ทุนมักใช้การพิจารณาและการกำกับดูแลจาก IRB กลาง
ในสถาบันเหล่านี้ IRB กลาง ควรบันทึกในรายงานการประชุม หรือเอกสารอื่นๆ ว่ามีการพิจารณาปัจจัยท้องถิ่นด้านความหลากหลายของชุมชนที่จะมีอาสาสมัครถูกคัดเลือก  (ดูส่วน N)  IRB กลาง ต้องบันทึกการดำเนินการตามข้อตกลงในการพิจารณาสถานที่นั้น (21 CFR 56.115) และต้องมี SOPอธิบายว่ามีความรับผิดชอบพิจารณาเบื้องต้นและต่อเนื่องที่สถานที่ห่างไกลอย่างไร (21 CFR 56.108, 56 .115(a)(6)) (ดู ส่วน V)

VII. ตัวอย่างรูปแบบการพิจารณาร่วมกันระหว่าง IRB
มีกลไกลหลากหลายที่ใช้ในการกระจายความรับผิดชอบในการพิจารณาของ IRB ระหว่าง IRBของสถาบัน และ IRBกลาง คำแนะนำนี้ไม่ได้ตั้งใจจะรับรองกลไกใดกลไกหนึ่ง ตัวอย่างที่ให้เป็นเพียงการแสดงกลไกที่น่าจะเป็นไปได้
A. การวิจัยทางคลินิกที่ทำในสถานที่วิจัยที่เชื่อถือใน IRBกลาง 
รูปแบบแรกที่ได้รับการพิจารณาจากคำแนะนำนี้คือการใช้กระบวนการพิจารณาโดย IRBกลาง ใช้สำหรับการวิจัยเดี่ยวในหลายศูนย์วิจัยที่ดำเนินการโดยผู้ให้ทุนจากกองทุนสาธารณะหรือเพื่อการค้า ภายใต้ 21 CFR 56.114 IRBsในสังกัดเดียวกับสถานที่วิจัยสามารถเข้าร่วมข้อตกลงกับ IRBกลาง ที่จะเชื่อในผลการพิจารณาทั้งหมดหรือบางส่วนของ IRBกลาง หรือจะปฏิเสธการเข้าร่วมในการพิจารณาโดยใช้ IRBกลาง (คือ พิจารณาโดยตนเองทั้งหมด) สถานทีวิจัยที่ไม่อยู่ในสังกัดกับ IRB จะเชื่อใน IRBกลางสำหรับความรับผิดชอบในการพิจารณาทั้งหมดของ  IRB
B. การจัดตั้ง IRB กลางเพื่อพิจารณา MCT ในประเภทการรักษา (Therapeutic Category)
IRB กลางจัดตั้งมาเพื่อพิจารณา multicenter trials ในประเภทการรักษา ตัวอย่างเช่น the National Cancer Institute (NCI) จัดตั้ง IRBกลางที่เป็นอิสระ (NCI central IRB) เพื่อให้ทางเลือกสำหรับ การพิจารณาจากIRBกลาง สำหรับmulticenter cancer trials ที่มีหลากหลาย NCI IRBกลางเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญที่พิจารณาการวิจัยระยะที่3 ในผู้ใหญ่ที่เป็นมะเร็ง ที่ได้ทุนจาก NCI  IRBs ในสังกัดกับสถานที่วิจัยมีทางเลือกที่จะยอมรับการพิจารณาจาก NCI IRB กลางหรือพิจารณาโครงร่างการวิจัยและการขอความยินยอมเองทั้งหมด
C. ความร่วมมือในระดับภูมิภาคและไม่ใช่ระดับภูมิภาค (Regional and Nonregional Cooperatives)
IRBs ที่ ศูนย์กลางการศึกษษทางการแพทย์ (academic medical centers) ได้ทำข้อตกลงด้านความร่วมมืออย่างต่อเนื่องว่า IRBsมีทางเลือกที่จะยอมรับการพิจารณาจากIRBsที่ศูนย์อื่นเมื่อศูนย์ทั้งสองร่วมใน multicenter trial

VIII. สรุป
หน่วยงานหวังว่า ผู้ให้ทุน สถาบัน IRBs และ ผู้วิจัยที่เกี่ยวข้องใน multicenter clinical research จะพิจารณาใช้ IRB กลาง เดียว (centralized IRB review process) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้การพิจารณากลางจะเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณา

สนใจต้นฉบับสืบค้นได้ที่ https://www.fda.gov/regulatory-information/search-fda-guidance-documents/using-centralized-irb-review-process-multicenter-clinical-trials


บทความใหม่

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test ปัจจุบันนี้ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้านมีใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้ตรวจโรค...

บทความแนะนำ