CRC Café

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เงินๆทองๆ (NEST EGG)

เงินๆทองๆ(NEST EGG)

ช่วงนี้มีข่าวคนฆ่าตัวตายหนีหนี้กันแทบทุกวัน และเมื่อมีคนมาถามเรื่องการเล่นหุ้น การเก็บเงิน การลงทุน ทำให้มานั่งมาทบทวนเรื่องการจัดการเรื่องเงินๆทองๆ บอกตามตรงเป็นคนไม่มีแผนทางการเงินที่ดีนัก แต่ตั้งแต่จำความได้เมื่อทำงานได้เงินครั้งแรกในชีวิต คือเมื่อตอนประมาณช่วงปิดเทอม  ป.7 กำลังเริ่มเกเรพ่อเอาไปฝากทำงานในโรงงานใกล้บ้าน ที่โรงงานคนงานที่ทำงานมีหลายแบบ กลุ่มคนงานเด็กมาจากหมู่บ้านต่างจังหวัดที่พ่อแม่ได้เงินก้อนใหญ่ไปแล้ว เด็กก็มาทำงานและกินอยู่ที่บ้านเจ้าของโรงงาน กลุ่มคนงานอิสระที่บ้านอยู่แถวโรงงาน รายได้คิดจากปริมาณงานที่ทำได้ ทำงานอาทิตย์ละ 6 วันทุกวันเสาร์ต้องล้างส้วมและทำความสะอาดโรงงาน ถึงแม้จะเป็นเด็กฝากก็ต้องทำงานเหมือนคนงานอื่นๆ ล้างส้วมครั้งแรกในชีวิตอยู่บ้านไม่เคยทำอะไรมีหน้าที่เรียนหนังสืออย่างเดียว แต่ก็ได้รับความเอ็นดูจากเจ๊หัวหน้าคนงาน เจ๊เป็นลูกคนจีนที่ขยันและเป็นต้นแบบที่ได้เรียนรู้การบริหารจัดการคนและงาน การที่พ่อส่งไปทำงานที่นี่ทำให้พบว่า เราเป็นเด็กที่มีโอกาสกว่าเด็กที่มาจากต่างจังหวัดซึ่งต้องทำงานหนักและเงินเดือนน้อย ทำให้เกิดแรงบันดาลใจมีความมานะในการเรียนมากขึ้น เงินที่ได้เดือนแรกจำได้ว่า เอาไปซื้อตุ้มหูทองคำน่าจะหนึ่งสลึง เวลาทำงานเก็บเงินได้ก็จะเอาไปซื้อทองฝากแม่ไว้ ทุกปีเมื่อหยุดเทอมใหญ่ไปทำงานที่โรงงานนี้ทุกปี จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย

การเก็บเงินในช่วงแรกของการทำงานเป็นการซื้อทอง และเมื่อต้องการใช้เงินเช่น ซื้อบ้านใหม่ ซ่อมบ้าน ซื้อหรือซ่อมรถ ก็จะขายทอง ส่วนตัวคิดว่าการซื้อบ้านเป็นการเก็บเงิน การผ่อนบ้านไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรผ่อนให้หมดเร็วที่สุดเพื่อลดภาระหนี้ ของใช้ของตกแต่งภายในบ้านควรใช้ของดีทนทาน เช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงพบว่าดีมากโดยเฉพาะเมื่อเกิดน้ำท่วมเฟอร์นิเจอร์ใหญ่จะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังคงอยู่ โดยเฉพาะไม้สักปลวกก็ไม่กินเนื้อไม้ได้ กินแต่หนังสือ ไม้นี้คิดว่าน่าจะเก็บได้เป็นร้อยปี ยิ่งเก่ายิ่งสวย โชคดีที่ชอบซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก การซื้อรถไม่ใช่การลงทุน เป็นของที่ซื้อเพื่อใช้สอยดังนั้นไม่ควรซื้อรถที่มีราคาแพงเกินความจำเป็น ไม่ต้องแต่งเติมเกินความจำเป็น เอาแค่มีล้อและองค์ประกอบพื้นฐาน ราคาเหมาะสมหาที่ซ่อมและอะไหล่ง่าย เสียที่ไหนก็มีคนซ่อมเป็น ใช้ซัก 8 ปีก็ซื้อใหม่

เก็บเงินในออมทรัพย์เท่าที่ต้องใช้สอยและมีใช้จ่ายเมื่อยามจำเป็นเร่งด่วน เช่น หากป่วยไข้ไม่สบาย ต้องซ่อมรถ ซ่อมบ้าน เป็นต้น 

เงินส่วนหนึ่งที่เป็นเงินเย็น ให้เงินไปทำงานโดยการลงทุน แต่ต้องย้ำด้วยว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เสี่ยงมากจนอาจหมดตัว เงินที่จะลงทุนจำนวนนี้ควรเป็นเงินที่เป็นส่วนนอกเหนือจากที่ซื้อทองและมีบ้านและรถแล้ว ห้ามกู้มาลงทุนเด็ดขาด การลงทุนต้องทำหลายๆแบบ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อทอง ซื้อกองทุน ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ซื้อหุ้น 

ตลาดหุ้นมีความผันผวนมากต้อง ดูสภาพการณ์ของเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ทั้งในระดับประเทศและสากล รวมทั้งการปล่อยข่าวต่างๆ ต้องจับลู่ทางว่าตอนนี้เขาฮิตอะไรกัน นโยบายรัฐบาลว่าอย่างไร  บริษัทนั้นมีแนวโน้มว่าจะเจ๊งหรือว่าเติบโต มีปันผลไหม มีเดือนอะไร และต้องบันทึกรายได้จากการลงทุน

ไม่โลภและอย่าเชื่อใครว่า เขาจะทำให้เงินเราโต การลงทุนต้องลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือธนาคารที่มีความมั่นคง ไม่ใช่จากบุคคล

เมื่อประเมินว่า เราต้องเสียภาษีในแต่ละปีเท่าไหร่ จะทำอะไรที่นำมาลดหย่อนภาษีได้บ้างก็ทำไป  การทำประกันสะสมทรัพย์ทำได้นิดหน่อยทำเพื่อลดหย่อนภาษี ก่อนทำควรประเมินก่อนว่าเรามีปัญญาส่งให้ครบไหม ไม่ควรทำระยะยาว เพราะหากสถานะรายได้เปลี่ยนแปลงเราส่งประกันไม่ไหวและต้องยกเลิกการคันจะเสียประโยชน์

ต้องยึดในหลักการไม่ยืมเงินใคร โดยเฉพาะเงินกู้นอกระบบ พวกลิสซิ่ง ไม่รูดบัตร หรือใช้เงินโดยไม่คิด

ไม่ให้ใครยืมเงิน ไม่ไปค้ำประกันให้ใคร รักกันแค่ไหน เรื่องเหล่านี้จะทำให้เราเสียเพื่อน เสียความรู้สึก และเสียใจ
ภายหลัง ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา เพราะเวลาที่เดือดร้อนไม่มีใครช่วยเราหรอก

ไม่ต้องรวยมาก แค่มีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ ไม่เป็นหนี้ใคร ไม่ให้ใครเป็นหนี้เรา

หลักการเหล่านี้บางคนอาจว่า ว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ใช่เห็นแก่ตัวเพราะไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อนจ้า
*********************************************************************************
  
  

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562

Counselor ผู้ให้คำปรึกษา


ผู้ให้คำปรึกษา (Counselor-co)

การให้คำปรึกษา (Counseling) เป็นกระบวนการที่เมื่อบุคคลมีปัญหา หาทางออกไม่เจอ บุคคลนั้นอาจต้องการใครซักคนที่สามารถพูดคุย อย่างน้อยก็เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ หากไม่ได้รับการพูดคุยปรึกษาที่เหมาะสม อาจท้อแท้ หาทางออกไม่เจอ สิ้นหวัง จนอาจคิดฆ่าตัวตายได้ ดังนั้น การมีทักษะในการให้คำปรึกษาจึงเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกคน

การให้คำปรึกษา เป็นกระบวนการสื่อสาร ระหว่างผู้ให้คำปรึกษา (Counselor-co) และ ผู้รับคำปรึกษา (Client-cl) โดยการพบปะพูดคุย (face to face) ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อ
1.     เพื่อให้ข้อมูล (Provide knowledge/information)
2.     เพื่องานป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ (Prevention and health promotion)
3.     เพื่อการรักษา (Intervention/treatment)
4.     เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (Behavior change)
5.     สร้างเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในแต่ละบุคคล (Empowerment)
6.     เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ (Rehabilitation)
7.     เพื่อบูรณาการ (Integration) ผสมผสานหลายๆอย่าง

สำหรับผู้ให้คำปรึกษา (Counselor-co) การเตรียมความพร้อมในการทำ Counseling
1.     ต้องเริ่มจากตัวบุคคล-บุคลากร ผู้ให้คำปรึกษา (Counselor-co)
1.1  ต้องมีความรู้ความเข้าใจในหัวข้อที่จะให้คำปรึกษา (Knowledge base) หรือมีแหล่งความรู้ (resource)
1.2  มีศักยภาพพื้นฐาน (Competency base) ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขพฤติกรรม (Change behavior) และ การปรับเปลี่ยนความเข้าใจ (Change cognitive) ของแต่ละบุคคลที่เข้ามารับคำปรึกษา
1.3  มีความชำนาญพื้นฐาน (Skill base) ที่ได้จากการฝึกหัดและเรียนรู้จากประสบการณ์ ทำมากก็มีความชำนาญมาก
2.     เนื้องาน counseling – รู้แนวคิดหลักของการให้คำปรึกษา (key concept) เช่น HIV testing counseling ก็ต้องรู้เรื่อง โรค วิธีการตรวจ ผลการตรวจ ผลได้ผลเสียที่จะเกิดเมื่อผลการตรวจออกมา เป็นต้น
3.     การเข้าใจ clients – มีความเข้าใจภูมิหลัง วัยวุฒิ ศักยภาพในการแก้ปัญหาและความต้องการของผู้รับคำปรึกษา ไม่มีอคติ (ทำตัวเป็นกลาง neutral ไม่ตัดสิน) 

ข้อควรระวังสำหรับผู้ให้คำปรึกษา
            §  ควรแต่งกายสุภาพ ไม่ลำลองจนเกินไปซึ่งเป็นการเสียมารยาทและอาจเป็นการไม่ให้เกียรติผู้รับบริการ
§  ไม่ควรสวมเครื่องประดับเกินความจำเป็น ไม่ทาสีเล็บมือไม่แต่งหน้าจัดเพื่อไม่ให้เกิดการดึงความสนใจ ไม่เกิดการเปรียบเทียบ ไม่สร้างความแตกต่าง สร้างความรู้สึกกลางๆระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ
§  ควรปิดมือถือก่อนทำงานทุกครั้ง อย่างน้อยก็ปิดเสียง และควรสังเกตหากผู้รับบริการวางโทรศัพท์มือถือของเขาบนโต๊ะเพราะอาจมีการรับบริการอัดเสียงการสนทนาโดยเราไม่รู้ตัว
§  ไม่ควรเล่น smart phone ระหว่างให้คำปรึกษา ควรให้ความสนใจกับการสนทนากับผู้รับคำปรึกษา
§  มี eye contact กับผู้รับคำปรึกษา ไม่ใช่มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาจดบันทึก หรือใส่ข้อมูลใน computer
§  นำเทคนิคกุญแจ  11 ดอกของท่านอาจารย์ทิพาวดี เอมะวรรธนะ (11 Keys for counseling) มาใช้ตลอดการสนทนา



§  ใช้ความชำนาญในการติดต่อสื่อสาร (Communication skill)
-        ระมัดระวังภาษากาย เข่น การชักสีหน้า มองลอดแว่น การถอนหายใจ นั่งกอดอก นั่งไขว้ห้าง กระดิกเท้า กดปากกาเล่น พูดโดยไม่มองหน้าหรือสบสายตา แต่ก็ไม่ใช้สายตาบังคับหรือจิกตา
-        หลีกเลี่ยงคำว่า “ทำไม”เพราะผู้รับคำปรึกษาอาจไม่สะดวกใจ หรือ อึดอัด
-        ควรใช้คำถามปลายเปิด (Open ended question) เพื่อผู้รับคำปรึกษา จะได้บอกความรู้สึก หรือ พูดคุยได้มากขึ้น

ผู้ให้คำปรึกษา ต้องรับฟังอย่างไม่มีอคติ ผู้รับคำปรึกษาควรเป็นผู้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง เราแค่รับฟังให้เขาได้พูด จนเข้าใจถึงเหตุปัจจุัยที่ทำให้เกิดปัญหานั้นๆ เขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น เขาคิดว่าควรแก้อย่างไร แล้วให้ลองกลับไปทำ เมือกลับมาคุยครั้งหน้าก็มาดูกันว่าปัญหานั้นๆแก้ได้ไหม ดีขึ้นไหม ถ้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อ
หลักการทางศาสนาพุทธ อริยสัจ 4 นับว่าเป็นหลักการที่ดีมากในการแก้ปัญหาต่างๆอย่างดี 

  • ทุกข์ ปัญหาของผู้รับคำปรึกษามีอะไร 
  • สมุหทัย สาเหตุของปัญหา เกิดจากอะไร
  • นิโรธ ปัญหาทุกปัญหาแก้ได้ แต่จะแก้อย่างไรดี หาทางแก้ไข
  • มรรค นำแนวทางที่คิดได้ ว่าจะทำอย่างไร ไปทำ 

ทั้งหมดนี้ผู้รับคำปรึกษาต้องเป็นผู้คิดเอง ทำเอง

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

Working Age ช่วงวัยทำงาน


ช่วงวัยทำงาน (Working Age)
ช่วงชีวิตที่ยาวที่สุดของคนเราน่าจะเป็น ช่วงวัยทำงาน เริ่มตั้งแต่จบปริญญาตรีที่อายุประมาณ 20 - 60 ปี  = 40 ปี  เลยทีเดียว หากไม่ได้เรียนต่อปริญญาโท/เอก   กว่าเราจะผ่านมันไปได้    ให้ชีวิตเราดี   มันเป็นเรื่องไม่ใช่ง่ายสำหรับคนๆหนึ่ง  สิ่งที่เรามักจะเจอบ่อยๆ ก็คือ ปัญหาการทำงาน โดยเฉพาะกับบุคคลรอบข้าง

เหนือตัวเรา คือ หัวหน้างาน ซึ่งแต่ละคน ที่ได้เจอก็มีลักษณะ นิสัย เป้าหมายในการทำงานและความชำนาญไม่เหมือนกัน จากประสบการณ์ทำงานที่มีการปรับเปลี่ยนหัวหน้างานบ่อยมาก ใน 40 ปีน่ามีหัวหน้ามาแล้วมากกว่า 20 คน ดังนั้นเราเองต้องปรับตัวให้เข้ากับหัวหน้างานให้ได้ (ไม่ใช่ด้วยวิธีการประจบสอพลอ) เวลาทำงานให้คิดถึงความสำเร็จของงานเป็นอันดับแรกมากกว่าการเอาอกเอาใจหัวหน้า ให้จำไว้ว่าความสำเร็จของงานที่เราทำเป็นผลงานของเราและองค์กร หัวหน้าเป็นคนรับผลบุญจากเรา หัวหน้าบางคนที่ชอบใช้วาจาเหน็บแนม สอนงานไม่ได้ กรรโชกด้วยกิริยา ใช้วาจาและน้ำเสียงแหนบแนม อาจเป็นบุคลิกภาพของเขา คนแบบนี้มีปม น่าสงสาร ต้องเมตตาเขา ถ้าเขาทำได้คงไม่ต้องใช้เรา เราเก่งกว่าเขาเยอะเพราะเราทำได้และทำได้ดีใครๆก็รู้งานที่ทำเสร็จคือใครทำ เพียงแต่เปิดโอกาสให้ตัวเราเอง ได้แสดงศักยภาพโดยการพูดและเขียนรายงานงานที่เราทำ และให้หัวหน้าเหนือขึ้นไปรับทราบถึงผลงานเรา ทำอะไรก็โฆษณาตัวเองด้วย

สำหรับเพื่อนร่วมงาน หากเจอพวกไม่ช่วย แต่ชอบเนียนๆทำเป็นว่าร่วมทำด้วย ถ้าไม่ช่วยก็อย่าให้เขารู้ว่าเราทำอะไร อย่างไร ถ้าจะให้รู้ก็ตอนประชุม พร้อมๆกับคนอื่น หัวหน้าจะได้รู้ว่าเราทำคนเดียว อีเมล์แจ้งผลงานเมื่อทำเสร็จโดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานดึกๆดื่นๆ ให้เขารู้กันบ้าง

เมื่อต้องทำงานที่ยาก ไม่มีพี่เลี้ยง ทำงานอยู่คนเดียว ไม่มีคนช่วย มีแต่คนมาถามว่าเสร็จเมื่อไหร่
เป็นเรื่องปกติที่คนไหนทำงานได้ก็จะโดนใช้งานตลอด โดยเฉพาะงานยากๆ งานใหม่ๆ ที่ไม่มีใครอยากทำ
ให้คิดบวกว่าเราเป็นคนเก่ง และคิดว่าทุกงานเป็นการสร้างเสริมศักยภาพให้ตัวเราเอง เป็นการฝึกฝนตัวตน

สิ่งที่ต้องการในชีวิตคือ Work life balance ดังนั้นคิดจะเปลี่ยนงาน งานในฝัน คือ งานไม่กดดัน ไม่เครียด หัวหน้างานดี ก็บอกแล้วว่าเป็นงานในฝันจริงๆ ไม่มีหรอกที่จะดีอย่างนี้ ทุกงาน ทุกหน่วยงาน มีแรงกดดัน อุปสรรค อยู่ที่เราจะทน จะปรับตัวไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ต้องขยับขยาย มี 2 ทางเลือก อยู่กับย้าย

การประคับประคองชีวิต ให้ดำรงอยู่วัยทำงานของตัวเราเอง เวลาเกิดความเครียด แบบ 360 องศา ทั้งเรื่องงาน หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว (ลูก ผัว พ่อแม่พี่น้อง) เงินทอง
1. บางทีเราก็ต้องลองไปสอดส่องชีวิตคนที่ลำบากกว่าเราบ้าง เช่นไปเปิดท้ายขายของ แล้วมองคนรอบข้าง คนซื้อ คนขาย จะพบว่า มีคนมากมายที่ลำบาก ยากจนกล่าวเรา มีภาระและความทุกข์มากกว่าเรา เรานี้ดีกว่าเขามากนัก มีงานทำ มีเงินเดือน มีคนที่เรารักและเขารักเรา
2. ไปหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น ไปเรียนวิชาชีพ วาดรูป ทำอาหาร ได้พบเพื่อนใหม่ ไปเรียน ป.โท ป.เอก
3. หาเวลาพักผ่อน เช่น ไปเที่ยว กินของดีๆ
4. นึกถึงคนที่เรารักและเขารักเรา
5. เตรียมตัวขยับขยาย
5.1 มัธยัสถ์ อดออม ระหว่างที่มีงานทำให้เก็บเงินไว้ด้วยในหลายๆแบบ ผ่อนบ้านผ่อนคอนโด ซื้อทอง ซื้อกองทุน ซื้อสลากออมทรัพย์ ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ตามรายได้ที่เรามีส่วนหนึ่งไว้หักภาษี ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้เมื่อขัดสน
ไม่เล่นการพนัน เล่นหวย หรือซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเพราะรวยยาก ไม่ค้ำประกันใคร ไม่ให้ใครยืมเงิน ไม่ยืมเงินใคร ไม่หลงเชื่อพวกที่โทรศัพท์มาแล้วบอกว่าคุณคือคนพิเศษ (ที่เราจะเอาเงินจากคุณ)
5.2 หาความรู้ สะสมประสบการณ์จากการทำงาน สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
5.3 หางาน – โยกย้าย เรียนต่อ หรือหางานใหม่เลย หากรู้ว่าอยู่ไม่ได้แน่ๆให้เตรียมตัวหางานใหม่ ไม่ต้องรีบลาออก อาจไปเรียนต่อในวิชาที่เราสนใจเราอาจจะได้พบช่องทางใหม่ๆ




วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

Staff Roles & Responsibilities


บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลในทีมวิจัย (Staff Roles & Responsibilities)

ผู้วิจัยหลัก (Principal Investigator: PI)
-      อำนวยการจัดการโครงการวิจัยทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนงาน การเตรียมงาน การดำเนินงาน
-      แน่ใจว่า การดำเนินการวิจัยปฏิบัติตามโครงร่างการวิจัยฉบับที่ได้รับการอนุมัติจากIRBเกี่ยวข้อง
-      มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure) และกฎระเบียบทั้งหมด
-      ติดต่อกับคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย
-      เป็นผู้นำในการจัดการเอกสารการวิจัยได้แก่การแก้ไขโครงร่างการวิจัยตามคำแนะนำของIRB
-      ทบทวน วิเคราะห์ สถานการณ์การเกิดอาการไม่พึงประสงค์และหามาตรการในการดูแล
-      รายงานสถานะการดำเนินการวิจัยแก่ผู้ให้ทุนตามเวลาที่กำหนด/ทันทีที่เกิดเหตุการณ์
-      กำกับดูแลการบริหารจัดการยาวิจัย
-      กำกับดูแลการจัดการตัวอย่างวิจัย ได้แก่ การเก็บรักษาตัวอย่าง การขนส่ง เป็นต้น
-      แน่ใจว่า สมาชิกในทีมวิจัยได้รับการอบรมจริยธรรมการวิจัย การปฏิบัติวิจัยทางคลินิกที่ดี
-      โครงร่างการวิจัยและอื่นๆตามความเหมาะสม รวมทั้งมีการบันทึกการอบรมเป็นลายลักษณ์อักษร
-      อำนวยการจัดการเผยแพร่ผลวิจัย
 *******************************************************************************
ผู้วิจัยหลักร่วม (Co-principal Investigator: Co-PI)
-      ควบคุมกำกับดูแลและให้คำปรึกษาโครงการวิจัย
-      แน่ใจว่า การดำเนินการวิจัยปฏิบัติตามโครงร่างการวิจัยฉบับที่ได้รับการอนุมัติจากIRB
มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure) และกฎระเบียบทั้งหมด
*******************************************************************************
ผู้ประสานงานวิจัยหลัก  
(Central Clinical Research Coordinator: CCRC, Central Study Coordinator)
-      ควบคุมดูแลการดำเนินการวิจัยตามคำแนะนำจากผู้วิจัยหลักและผู้จัดการโครงการ
-      ประสานงานกับผู้ประสานงานวิจัยประจำจังหวัดและผู้ประสานงานวิจัยประจำสถานที่วิจัย
-      ช่วยเริ่มต้นการดำเนินการวิจัย
-      ช่วย PI ติดต่อสื่อสารกับ ECs/IRBs
-      จัดการแฟ้มเอกสารสำคัญของโครงการ
-      ช่วยจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน
-      ตรวจเยี่ยมและให้คำปรึกษาแก่ทีมวิจัยเป็นประจำ
-      ควบคุมกำกับดูแลการลงข้อมูล
-      รายงานผลการดำเนินงานและรายงานความก้าวหน้าทุกสัปดาห์ต่อผู้วิจัยหลัก
*******************************************************************************
 ผู้วิจัยร่วม (Site-investigators)
-      เป็นหัวหน้าโครงการประจำสถานที่วิจัย เป็นบุคคลหลักติดต่อกับเครือข่ายโครงการวิจัย
-      ดำเนินการวิจัยปฏิบัติตามโครงร่างการวิจัยฉบับที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure) และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
-      ดำเนินกิจกรรมวิจัย การสรรหา คัดกรอง อธิบายรายละเอียดโครงการ ขอความยินยอม รับผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์คัดเข้า-ออก และดำเนินกิจกรรมวิจัย หรือกำกับดูแลเจ้าหน้าที่วิจัยในสถานที่วิจัย ให้ทำกิจกรรมวิจัยตามที่กำหนด ได้แก่
·           ให้ยาวิจัย
·           ดูแลผู้ป่วยที่มาติดตามการรักษาทุกนัดวิจัยจนกระทั่งสิ้นสุดการนัด
·           ประเมินเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
·           ให้แน่ใจว่ามี การประกันคุณภาพผลทางห้องปฏิบัติการ
·           เก็บรักษาและจัดส่งตัวอย่างไปห้องปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนด
·           ลงข้อมูล แก้ไขและเก็บรักษาแบบรายงานผู้ป่วย ตอบแบบฟอร์มการชี้แจงข้อมูล 
·           ตรวจดูความเรียบร้อยถูกต้องการลงข้อมูลในแบบรายงานผู้ป่วย (CRF)และการลงนามใน
·           เอกสารขอความยินยอม
·           เก็บรักษาและจัดส่งแบบรายงานผู้ป่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเมื่อโครงการเสร็จสิ้น
-      เป็นบุคคลแรกที่รับรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และรายงานเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่นๆที่เกิดที่สถานที่วิจัย และแจ้งแก่ผู้วิจัยหลักทันทีหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตต่อผู้ป่วย
-      ส่งรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงต่อผู้วิจัยหลักและIRBที่เกี่ยวข้อง
-      เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการบริหารจัดการยาวิจัย
-      เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลจัดการตัวอย่างวิจัย
-      ตรวจสอบงบประมาณและค่าใช้จ่ายของโครงการ รายงานการใช้งบประมาณต่อผู้วิจัยหลักตามเวลาที่กำหนด
-      กำกับดูแลการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) และเอกสารวิจัยอื่นๆ
-      ช่วยอำนวยการจัดการเผยแพร่ผลวิจัย
*******************************************************************************
 ผู้ประสานงานวิจัยประจำสถานที่วิจัย (Study Site Coordinator: SSC)
-      บริหารจัดการงานทั่วไป เช่น เอกสารโครงการ พัสดุอุปกรณ์ งบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานโครงการ
-      ประสานงาน กำหนดนัดหมายกับCRA และอำนวยความสะดวกในการตรวจเยี่ยม
-      รายงานอุปสรรคการดำเนินงาน/ความเสี่ยง ที่คาดว่าจะเกิด รวมทั้งช่วยแก้ไข
-      ประสานงานกับผู้วิจัยหลัก ผู้วิจัยหลักร่วม ผู้วิจัยร่วม ในการอำนวยความสะดวกและดูแลการดำเนินกิจกรรมวิจัยต่างๆ ได้แก่  
·     คัดกรองและรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์คัดเข้า-ออก 
·     ให้ยาวิจัย
·     ดูแลผู้ป่วยที่มาติดตามการรักษาทุกนัดวิจัยจนกระทั่งสิ้นสุดการนัด
·     ให้แน่ใจว่ามี การประกันคุณภาพผลทางห้องปฏิบัติการ
·     เก็บรักษาและจัดส่งตัวอย่างไปห้องปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้อง
·     ลงข้อมูล แก้ไขและเก็บรักษาแบบรายงานผู้ป่วย ตอบแบบฟอร์มการชี้แจงข้อมูล   
·     (Complete manual DCF)
·     ตรวจดูความเรียบร้อยถูกต้องการลงข้อมูลในแบบรายงานผู้ป่วย (case report form: 
·     CRF) และการลงนามในเอกสารขอความยินยอม
·     เก็บรักษาและจัดส่งแบบรายงานผู้ป่วยไปให้ผู้ให้ทุนเมื่อโครงการเสร็จสิ้น
·     ช่วยเหลืองานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย
-      บันทึกอาสาสมัครเข้าร่วม-มาตามนัดวิจัย (Subject Enrollment log & subject visit log)
-      ส่งเสริมและรักษาสัมพันธภาพในการทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานและชุมชนในจังหวัด
-      รายงานผลการดำเนินงานและรายงานความก้าวหน้าทุกสัปดาห์ต่อผู้วิจัยหลัก
-      รายงานการใช้งบประมาณต่อผู้วิจัยหลักตามเวลาที่กำหนด
-      ตรวจสอบงบประมาณและค่าใช้จ่ายของโครงการ
-      ส่งรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงต่อผู้วิจัยหลักและIRBที่เกี่ยวข้อง
-      ปฏิบัติตามโครงร่างการวิจัย การปฏิบัติวิจัยทางคลินิกที่ดี และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
-      จัดการแฟ้มเอกสารสำคัญ ( Investigator Study File) ของโครงการของสถานที่วิจัย
-      จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP)  
 *******************************************************************************
พยาบาลวิจัย (Research Nurse: RN )
-      ดำเนินการคัดกรอง รับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ ให้ยาวิจัยและสังเกต อาการหลังจากรับประทานยา บันทึกการรักษา
-      เก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะ ส่งตรวจ (Sample Processing and Shipment to Laboratory)
-      ตรวจประเมินทางคลินิก วัด-บันทึกสัญญาณชีพ (Vital sign) และตรวจการตั้งครรภ์ (mRDT & pregnancy test)
-      ลงข้อมูล แก้ไขและเก็บรักษาแบบรายงานผู้ป่วย  ตอบแบบฟอร์มการชี้แจงข้อมูล (Complete manual DCF)
-      รายงานทันทีหากพบผู้ป่วยที่มีความล้มเหลวในการรักษา และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ร้ายแรงใดๆกับแพทย์วิจัยซึ่งขึ้นอยู่กับผลทางห้องปฏิบัติการและข้อมูลทางคลินิก
-      จัดการนัด จัดทำรายงานเอกสารนัดวิจัย กำหนดนัดกับผู้ป่วย รวมทั้งเตือนกำหนดนัดกับผู้ป่วย
-      บันทึกอาสาสมัครเข้าร่วม-มาตามนัดวิจัย (Subject Enrollment log & subject visit log)
-      ส่งเสริมและรักษาสัมพันธภาพในการทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานและชุมชนในจังหวัด
-      รายงานความก้าวหน้าต่อผู้วิจัยร่วมและผู้ประสานงานวิจัยประจำสถานที่วิจัย
-      ดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการดำเนินงานให้อยู่ในสภาพใช้งานได้
-      รายงานอุปสรรคการดำเนินงาน/ความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิด ช่วยแนะนำและแก้ไข
*******************************************************************************
 เภสัชกร (Study Pharmacist)
-      ดูแลจัดการเรื่องยาวิจัย
-      จัดทำดูแลแฟ้มยาวิจัย
-      จัดทำบัญชีรับ-จ่ายยา
-      จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP)
-      ดูแลสถานที่เก็บผลิตภัณฑ์วิจัยที่ปลอดภัยมีตู้เย็นหรือห้องเก็บที่มีอุณหภูมิเหมาะสมตามโครงร่างการวิจัยหรือใบกำกับยากำหนด
-      มีระบบการเตือนเมื่อไฟดับ/อุณหภูมิเกินจากกำหนด
-      มีแผนการรับ/จ่ายและการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
-      เก็บผลิตภัณฑ์วิจัยแยกกับยาที่ใช้ในโรงพยาบาล  
*******************************************************************************
 เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ (Laboratory Staff)
-      ดำเนินการเรื่องการจัดการตัวอย่าง ตั้งแต่รับ ทดสอบตัวอย่าง และออกผลการทดสอบ ดูแลจัดการเก็บรักษาตัวอย่างวิจัยและการขนส่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในโครงร่างการวิจัย
-      จัดทำ เก็บรักษา เอกสารมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (SOP) การเตรียม การเก็บ/ รักษาสิ่งส่งตรวจ การดูแลอุปกรณ์ การตรวจ/วิเคราะห์ ระบบคุณภาพ QC/QA information
-      ให้มีใบการรับรองมาตรฐานหรือการควบคุมคุณภาพ: certification/accreditation
-      ให้มีReference ranges ค่าอ้างอิง
-      จัดเตรียม จัดซื้อ ตรวจเช็ค บำรุง ซ่อมแซม พัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ ให้มีพอใช้ 
*******************************************************************************
ผู้ช่วยวิจัย (Research Assistant)
-      ช่วยสนับสนุนกิจกรรมการคงอยู่ของอาสาสมัครในโครงการวิจัย เช่น จัดการเรื่องการนัดหมายกับอาสาสมัครและเตือนก่อนวันกำหนดนัด
-      จัดเตรียม ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้  เช่นแบบบันทึกข้อมูล แบบฟอร์มต่างๆ
-      ช่วยเก็บข้อมูลวิจัย แฟ้มอาสาสมัคร รวบรวมผลLab และลงข้อมูลในฐานข้อมูล
-      ดูแลจัดเก็บรักษาเอกสารการวิจัย เช่น ดูแลแฟ้มเอกสารสำคัญ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ตามกำหนด
-      จัดการประชุม ตั้งแต่การวางแผน เตรียมข้อมูลการประชุม การจองห้องประชุม จัดทำเอกสารประกอบการประชุม การส่งจดหมายเชิญ จัดแผนการเดินทาง และอาจช่วยจดบันทึกและทำรายงานการประชุม
-      จัดเตรียม จัดซื้อ ตรวจเช็ค บำรุง ซ่อมแซม พัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆที่ใช้สำหรับงานวิจัย ให้มีพอใช้ 
-      ช่วยจัดทำรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการวิจัยเพื่อเสนอกับผู้เกี่ยวข้อง
-      ร่วมผลิต/เผยแพร่ข้อมูลวิชาการและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งจัดกิจกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องในงานวิจัยและงานชุมชน
-      ร่วมประสานงานกับทีมวิจัย และเครือข่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะที่ปรึกษาชุมชน
*******************************************************************************
         เจ้าหน้าที่ธุรการ (Clerk)
-      ช่วยผู้ประสานงานวิจัยบริหารจัดการงานทั่วไป เช่น เอกสารโครงการ พัสดุอุปกรณ์ 
-      งบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานโครงการ
-      ช่วยผู้ประสานงานวิจัย ประสานงาน กำหนดนัดหมายกับผู้กำกับดูแลการวิจัย และอำนวย    
-      ความสะดวกในการตรวจเยี่ยม
-      จัดเตรียมเรื่องการเดินทางและการขนส่ง
-      ช่วยจัดเตรียม เก็บรักษา พัสดุอุปกรณ์และเอกสารที่ใช้ในการดำเนินงาน
*******************************************************************************
พนักงานขับรถ (Driver)
-      ติดตามอาสาสมัครวิจัยกับทีมวิจัย
-      รักษาและทำความสะอาดยานพาหนะ รวมทั้ง ตรวจเช็ค ยางล้อ น้ำมัน และอื่นๆ
-      รายงานการเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ประสานงานวิจัย
-      คืนกุญแจรถหลังจากเลิกงาน
-      เก็บlสมุดรายงานการเดินทาง (Log book of trips)
-      ปฏิบัติตามกฎหมายตลอดเวลา
-      ปฏิบัติตามจริยธรรมการวิจัยตลอดเวลา
-      รักษาสัมพันธภาพที่ดีกับประชาชนและชุมชนในจังหวัด
-      ช่วยผู้ประสานงานวิจัยทำงานด้านธุรการ
*******************************************************************************
 เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ (Public Relations Officer: PRO)
ส่งเสริมความสัมพันธ์กับชุมชน สร้างความเข้าใจ และภาพลักษณ์ที่ดีต่อโครงการวิจัย ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน และชุมชน 
*******************************************************************************
         และอื่นๆตามความเหมาะสม ของการวิจัย 
         ผู้ปฏิบัติงานในทีมวิจัย ต้องทำงานตามหลักจริยธรรมและการปฏิบัติวิจัยทางคลินิกที่ดี
โดยยึดหลักการสำคัญคือการรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวของอาสาสมัครอยู่เสมอ 



บทความใหม่

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test

ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้าน Home Use Test ปัจจุบันนี้ชุดตรวจโรคด้วยตัวเองที่บ้านมีใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้ตรวจโรค...

บทความแนะนำ